สีรถยนต์ที่เงางามและไร้รอยขีดข่วนเป็นสิ่งที่คนรักรถทุกคนปรารถนา แต่การเผชิญกับสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ทั้งรังสี UV คราบสารเคมี ยางไม้ หรือเศษฝุ่นละออง ล้วนเป็นตัวการทำลายผิวรถให้หม่นหมองและเกิดรอยได้ง่าย ในปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมการปกป้องผิวรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การติดฟิล์มกันรอยทั่วไป การเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก ซึ่งแต่ละวิธีใช้วัสดุและมีประสิทธิภาพในการปกป้องที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละรูปแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกวิธีดูแลรถได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานมากที่สุด
Key Takeaways
- ฟิล์มกันรอยทั่วไป (PVC) เน้นประหยัดค่าใช้จ่าย มักได้มาเป็นของแถมจากโชว์รูม ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ในระยะสั้น แต่มีความทนทานต่ำ เสื่อมสภาพง่าย และไม่กรองรังสี UV
- การเคลือบแก้ว (SiO2) ช่วยเพิ่มความเงางามฉ่ำวาว ป้องกันรังสี UV คราบสารเคมี และรอยขนแมวได้ดี มีคุณสมบัติไล่น้ำทำให้ล้างทำความสะอาดง่าย แต่อาจสึกหรอได้ง่ายหากสัมผัสสารเคมีที่เป็นกรดหรือด่างสูง
- การเคลือบเซรามิก (SiC) ให้การปกป้องที่เหนือกว่าด้วยเกราะหนาระดับ 9-10H มีอายุการใช้งานยาวนานขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไป ช่วยขับประกายสีรถให้เงางามมันวาว ป้องกันคราบฝังลึกและสารเคมีได้อย่างดีเยี่ยม
- ถ้าเพิ่งออกรถใหม่ แล้วอยากให้รถยังคงใหม่ และสวยงามอยู่ตลอด การเคลือบเซรามิก และเคลือบแก้ว ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยดูแลรถยนต์ได้ดี เพราะการเคลือบเซรามิก และเคลือบแก้ว ช่วยเป็นเกราะป้องกันให้ชั้นสีของรถ ทำให้สีรถแข็งแรง มีความเงางาม
- การเคลือบเซรามิก และเคลือบแก้ว ยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลรถ เพราะหากเคลือบแล้ว ก็สามารถล้างทำความสะอาดรถได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ เลย
สารบัญบทความ
ฟิล์มกันรอย เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก แตกต่างกันอย่างไร
SPMS-EST ได้ทำสรุปความต่างของฟิล์มกันรอยรถยนต์ เคลือบแก้ว และเคลือบเซรามิก เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกรูปแบบฟิล์มรถยนต์ที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการมากที่สุด
| ประเภทฟิล์ม | เทคโนโลยีที่ใช้ | การใช้งาน | ข้อดี | ข้อจำกัด |
| ฟิล์มกันรอยทั่วไป | ฟิล์มใส PVC | แปะติดผิวรถยนต์เพื่อป้องกันรอยในระยะสั้น | – ราคาถูก มักเป็นของแถม – ป้องกันรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ขั้นพื้นฐานได้ | – เสื่อมสภาพง่าย ความทนทานต่ำ – ไม่กันรอยรุนแรง ไม่กรอง UV |
| เคลือบแก้ว | สารซิลิกอนไดออกไซด์ (SiO2) | ทาเคลือบผิวเพื่อสร้างชั้นกระจกใสปกป้องสีรถ | – เพิ่มความเงางามฉ่ำวาว – น้ำไม่เกาะ ทำความสะอาดคราบง่าย – กันรังสี UV และรอยขนแมว | – สารเคลือบสึกหรอได้ง่ายหากโดนกรด/ด่าง – ไม่กันรอยขีดข่วนใหญ่หรือแรงกระแทก |
| เคลือบเซรามิก | สารซิลิกอนคาร์ไบด์ (SiC) | ทาเคลือบเพื่อสร้างเกราะปกป้องหนาพิเศษ | – ปกป้องยาวนานกว่า (ขั้นต่ำ 3 ปี) – เกราะหนา 9-10H กันสารเคมีและ UV ดีเยี่ยม – ผิวลื่นมาก สิ่งสกปรกหลุดง่าย | – ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง – ขั้นตอนซับซ้อน ต้องทำโดยช่างชำนาญ – ไม่กันสะเก็ดหินหรือรอยกระแทกหนัก |
ฟิล์มกันรอยทั่วไป คืออะไร

ฟิล์มกันรอยทั่วไป มักหมายถึงฟิล์มใสกันรอยรถยนต์ประเภท PVC ที่นิยมใช้เป็นฟิล์มเคลือบสีรถแถมจากโชว์รูมเนื่องจากมีราคาถูก แต่ฟิล์มประเภทนี้มีคุณภาพต่ำและไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการปกป้องรถยนต์ในระยะยาว
ข้อดีของฟิล์มกันรอย
- ประหยัดค่าใช้จ่าย: มีราคาถูกและมักจะได้มาเป็นของแถมทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในตอนแรก
- ป้องกันรอยขั้นพื้นฐาน: ช่วยบดบังและป้องกันรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ ในระยะสั้นได้
ข้อเสียของฟิล์มกันรอย
- ความทนทานต่ำ: ตัวฟิล์มไม่ทนทาน เสื่อมสภาพง่ายกว่าฟิล์มคุณภาพสูง
- ปกป้องได้ไม่จริงจัง: ไม่สามารถกันรถเป็นรอยขูดรุนแรง ไม่สะท้อนความร้อน และไม่กรองรังสี UV ได้ดีเท่าที่ควร
บทความแนะนำเกี่ยวกับการเลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ เลือกฟิล์มแบบไหนช่วยให้รถเย็นขึ้น ไม่รบกวนสัญญาณ อ่านต่อได้ที่ : ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
เคลือบแก้ว คืออะไร

การเคลือบแก้วรถยนต์ คือการเคลือบรถยนต์ด้วยสาร Silicon Dioxide (SiO2) โดยสารชนิดนี้เป็นสารสำหรับผลิตแก้ว ซึ่งการเคลือบแก้วจะช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน การกัดกร่อน และช่วยให้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อสีของรถ
ข้อดีของเคลือบแก้ว
- เพิ่มความเงางามและทนทาน: ช่วยเพิ่มความแวววาวให้รถยนต์สวยงามเหมือนใหม่ และมีความทนทานยาวนานหลายปี
- ป้องกันรังสี UV และรอยขีดข่วน: ช่วยปกป้องผิวรถจากรังสี UV คราบสารเคมี และรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ
- ไล่น้ำและทำความสะอาดง่าย: มีคุณสมบัติกันน้ำดีเยี่ยม ทำให้น้ำกลิ้งออกไม่เกาะเป็นคราบ ส่งผลให้ล้างทำความสะอาดคราบสกปรกได้ง่ายขึ้น
ข้อเสียของเคลือบแก้ว
- สารเคลือบสึกหรอได้ง่าย: เคลือบแก้ว ข้อเสียคือทนต่อสารเคมีได้น้อย โดยเฉพาะหากถูกล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างสูง
- ป้องกันแรงกระแทกหนักไม่ได้: รถเคลือบแก้วมีประสิทธิภาพในการป้องกันรอยขีดข่วนขนาดใหญ่หรือแรงกระแทกที่รุนแรงค่อนข้างต่ำ
- เสี่ยงเกิดคราบหากเตรียมผิวไม่ดี: หากช่างไม่มีความชำนาญหรือเตรียมพื้นผิวรถยนต์ไม่เหมาะสมก่อนทำ อาจทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถได้ง่าย
สารถน่ารู้ เลือกติดฟิล์มรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี? แนะนำฟิล์มรถยนต์ที่ตอบโจทย์คนรักรถ อ่านต่อได้ที่นี่ : ฟิล์มรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี
เคลือบเซรามิก คืออะไร

การเคลือบเซรามิก (Ceramic Coating) คือการเคลือบชั้นผิวสีตัวถังรถยนต์ โดยใช้น้ำยาพิเศษที่มีส่วนผสมของ Silicon Carbide (SiC) ที่ถูกออกแบบให้มีความเงางามและความคงทน รวมไปถึงช่วยป้องกันรถยนต์ไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนด้วย ซึ่งการเคลือบเซรามิกนั้น จะมีอายุการใช้งานขั้นต่ำประมาณ 3 ปี จึงทำให้รถยนต์ดูใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยให้ดูแลรักษารถได้ง่ายอีกด้วย
- บทความน่ารู้ เคลือบรถยนต์อย่างเดียวไม่พอ อย่ามองข้ามการติดฟิล์มกระจกรถยนต์ เลือกฟิล์มเซรามิคจาก 3M อ่านต่อได้ที่ : ฟิล์มเซรามิค
ข้อดีของเคลือบเซรามิก
- ป้องกันรังสี UV: ช่วยสะท้อนและป้องกันรังสี UV ที่เป็นตัวการทำลายผิวรถ ไม่ให้สีรถยนต์ซีดจางและดูสดใสเหมือนใหม่อยู่เสมอ
- ป้องกันสารเคมี: สร้างเกราะปกป้องรถยนต์ด้วยระดับความหนาแน่นและทนทานสูงถึง 9-10H ช่วยบล็อกสารเคมีต่าง ๆ ไม่ให้ซึมลึกไปกัดกร่อนชั้นสีจริงของตัวรถ
- ป้องกันสีรถยนต์: น้ำยาเคลือบจะช่วยรักษาสภาพและขับประกายสีรถให้ดูมีความมันวาว และดูใหม่อยู่ตลอดเวลา
- เพิ่มความทนทาน: ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและการปกป้องผิวรถที่ยาวนาน โดยมีอายุการใช้งานเฉลี่ยระลอกแรกเริ่มต้นที่ประมาณ 3 ปี
- ป้องกันสิ่งสกปรก: ป้องกันคราบฝังลึกจากธรรมชาติ เช่น ยางไม้ หรือมูลนก ที่มีฤทธิ์เป็นกรดไม่ให้กัดกร่อนชั้นสีรถ (หากเปื้อนควรรีบเช็ดออกทันที)
- ทำความสะอาดง่ายขึ้น: พื้นผิวจะมีความลื่นสูง เพียงแค่ฉีดน้ำแรงดันก็สามารถชะล้างคราบสกปรกให้หลุดออกได้ง่าย เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาล้างรถบ่อย ๆ
- ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น: เป็นการเพิ่มเลเยอร์ชั้นเคลือบผิวรถให้หนาขึ้น โดยประสิทธิภาพของการเคลือบ 1 ครั้ง อาจยาวนานได้ตั้งแต่ 1-7 ปี ขึ้นอยู่กับเกรดของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้
ข้อเสียของเคลือบเซรามิก
- ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง: เนื่องด้วยคุณภาพน้ำยาและขั้นตอนการทำ ทำให้มีราคาแพงกว่าการลงแว็กซ์ทั่วไป
- ขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน: กระบวนการเตรียมผิวและลงน้ำยามีความละเอียดอ่อนสูง จึงต้องใช้เวลาในการทำงานค่อนข้างนาน
- ต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญการ: จำเป็นต้องพึ่งพาฝีมือช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นเพื่อป้องกันน้ำยาเซ็ตตัวเป็นคราบ
- ข้อจำกัดในการปกป้อง: แม้จะกันรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ได้ดี แต่ไม่สามารถป้องกันความเสียหายจากสะเก็ดหินแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วนรุนแรงได้ทั้งหมด
บทความแนะนำฟิล์มปรอท อีกหนึ่งฟิล์มรถยนต์มาตรฐานจาก 3M มาดูว่ามีที่ไหนให้บริการติดฟิล์มปรอทบ้างได้ที่นี่ : ฟิล์มปรอท
เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก มีกี่ประเภท
การเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก เพื่อเพิ่มความเงางาม และป้องกันรอยขีดข่วนนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
แบบทา
การเคลือบแบบทา เป็นวิธีแบบดั้งเดิมที่จะต้องอาศัยความชำนาญของช่างเป็นพิเศษ เพราะเป็นการทาที่ต้องใช้เทคนิคในการทาน้ำยาเคลือบให้กระจายทั่วรถอย่างสม่ำเสมอ และทาในปริมาณที่ไม่บาง หรือไม่หนาจนเกินไป
แบบพ่น
การเคลือบแบบพ่น เป็นวิธีที่คล้ายกับการพ่นสีรถยนต์ เพราะใช้เครื่องพ่นในการทำ ซึ่งการเคลือบแบบพ่นจะช่วยให้น้ำยาเคลือบกระจายตัวได้ดี มีความรวดเร็ว และเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุม ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้รถมีความเงางาม คงทน ทำให้รถดูสีสด แวววาวตลอดเวลา ทำให้การเคลือบแบบพ่นได้รับความนิยมในปัจจุบัน
เคลือบเซรามิก vs เคลือบแก้ว เลือกแบบไหนดี
หากกำลังลังเลระหว่างการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก SPMS-EST มีข้อเปรียบเทียบจุดเด่นเพื่อเลือกสูตรที่ตอบโจทย์การดูแลรถยนต์ของคุณได้ดังนี้
- เคลือบแก้ว: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน การกัดกร่อน และเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อสีของรถยนต์
- เคลือบเซรามิก: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเกราะป้องกันรอยขีดข่วนที่ช่วยให้รถยนต์ดูใหม่ตลอดเวลา โดยให้ความเงางามที่เด่นชัดกว่า มีความคงทนสูงกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าการเคลือบแก้ว
รถออกใหม่ จำเป็นต้องเคลือบเซรามิก เคลือบแก้วไหม?
หากเพิ่งออกรถใหม่ อยากให้รถมีความใหม่ สวยงามอยู่ตลอดเวลาการเคลือบเซรามิกและเคลือบแก้ว ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เป็นการช่วยดูแลรถยนต์ได้ เพราะการเคลือบเซรามิกและเคลือบแก้ว ช่วยเป็นเกราะป้องกันให้กับชั้นสีของรถ ทำให้สีรถแข็งแรง คงเดิมและมีความเงางามตลอดเวลา
การเคลือบแก้ว กับ เคลือบเซรามิกยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลรถ การเคลือบเซรามิกและเคลือบแก้วถือว่าตอบโจทย์เลย เพราะหากเคลือบแล้ว ก็สามารถล้างทำความสะอาดรถได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
วิธีดูแลรักษารถยนต์ที่เคลือบเซรามิก
การดูแลรักษารถยนต์ที่เคลือบเซรามิก สามารถทำได้ง่าย ๆ หลังจากเคลือบเซรามิกเรียบร้อยแล้ว ควรรอให้น้ำยาเซตตัวให้ดีก่อน จึงค่อยล้างรถ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
- ควรเลือกใช้อุปกรณ์หรือน้ำยาที่ปลอดภัยกับสีรถยนต์
- หมั่นใช้ผลิตภัณฑ์ที่บำรุงชั้นเคลือบเซรามิกอย่างสม่ำเสมอ
- ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทขัดสีรถ
- ล้างด้วยน้ำสะอาดธรรมดาได้
- หากมีฝุ่นเกาะเพียงเล็กน้อย สามารถใช้ไม้ขนไก่ปัดและใช้ผ้าสะอาดเช็ดถูได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก ดูแลอย่างไร ต้องเข้าศูนย์ดูแลบ่อยไหม
เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก จำเป็นต้องเข้ารับการบำรุงรักษาจากศูนย์บริการทุก 4 เดือน (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือกใช้) เพื่อทำความสะอาดคราบฝังลึกและเติมน้ำยาเพิ่มเลเยอร์สำหรับการรักษาสภาพผิวเคลือบให้สมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ทั้งนี้หากเลือกใช้บริการ 3M Ceramic Coating จาก SPMS-EST จะมีแพ็กเกจรองรับการใช้งานให้เลือกทั้งแบบ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี พร้อมระบบดูแลตรวจเช็กสภาพทุก 4 เดือน เพื่อการปกป้องที่คุ้มค่าและยาวนานที่สุด
รถที่ทำเคลือบเซรามิกมาแล้ว จำเป็นต้องล้างรถบ่อยแค่ไหน?
ไม่จำเป็นต้องล้างบ่อยเท่ารถทั่วไป เนื่องจากชั้นเคลือบเซรามิกมีคุณสมบัติผิวลื่นสูง สิ่งสกปรกและคราบฝังแน่นจึงเกาะติดได้ยาก การดูแลรักษาในชีวิตประจำวันเพียงแค่ฉีดน้ำแรงดันสูงชะล้างหรือเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ คราบก็หลุดออกได้อย่างง่ายดาย แต่หากผิวรถเริ่มมีฝุ่นหนาหรือเปื้อนคราบหนักก็สามารถล้างทำความสะอาดได้ตามความเหมาะสม
เคลือบแก้ว หรือเคลือบเซรามิก อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำบ่อยไหม?
อายุการใช้งานจะแตกต่างกันออกไป โดยการเคลือบแก้วทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 2-3 ปี ส่วนการเคลือบเซรามิกจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า โดยอยู่ได้ตั้งแต่ 1-7 ปี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ เพียงแค่เข้ารับการบำรุงรักษาตามรอบเวลาที่ศูนย์บริการกำหนดก็เพียงพอต่อการปกป้องผิวรถในระยะยาว
ฟิล์มกันรอยทั่วไป เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก เลือกแบบไหนดี? ปรึกษาและเคลือบกันรอยได้ที่ SPMS-EST
การเลือกดูแลผิวรถยนต์ระหว่างฟิล์มกันรอยทั่วไป เคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก ควรพิจารณาจากงบประมาณและระดับการปกป้องที่ต้องการ โดยฟิล์มกันรอยทั่วไปจะเหมาะกับการกันรอยขั้นพื้นฐาน ขณะที่การเคลือบแก้วและเคลือบเซรามิกจะเด่นเรื่องการสร้างเกราะป้องกันชั้นสีรถให้แข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และให้ความเงางามที่ยาวนาน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถออกใหม่และผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลรถ เนื่องจากช่วยให้ล้างทำความสะอาดง่าย เพียงปฏิบัติตามวิธีดูแลรักษาอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงการขัดสีรถ ก็จะช่วยยืดอายุเลเยอร์ปกป้องให้สวยงามเหมือนใหม่ไปได้อีกหลายปี
สำหรับใครที่อยากเคลือบเซรามิกเพื่อสร้างเกราะปกป้องเหนือระดับและช่วยให้รถยนต์ดูใหม่ตลอดเวลา ที่ SPMS-EST ในฐานะร้านติดฟิล์มรถยนต์ ผู้จัดจำหน่ายเคลือบเซรามิกและผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ 3M อย่างเป็นทางการ พร้อมมอบบริการเคลือบเซรามิกคุณภาพดี โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ ใส่ใจในทุกรายละเอียดการเตรียมผิวและการลงน้ำยาอย่างประณีต ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรักรถได้อย่างตรงจุดและน่าประทับใจ พร้อมให้บริการเต็มประสิทธิภาพเพื่อคืนความเงางามและปกป้องรถคู่ใจของคุณอย่างยั่งยืน
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 02 455 6253
- Line : @spms.est
- Facebook : 3M Automotive Films by SPMS-EST
- Youtube : SPMS-EST ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์คุณภาพสูง 3M
