เจาะลึกฟิล์มกันแดดรถยนต์ ที่เจ้าของรถต้องรู้ก่อนเลือกเปลี่ยนฟิล์มใหม่

เจาะลึกฟิล์มกันแดดรถยนต์ ที่เจ้าของรถต้องรู้ก่อนเลือกเปลี่ยนฟิล์มใหม่

คนรักรถควรรู้!

  • ฟิล์มกันแดดรถยนต์ คือแผ่นฟิล์มที่มีลักษณะโปร่งใส บาง แต่มีความเหนียวและเรียบเนียนเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถยึดติดแนบสนิทไปกับกระจกรถยนต์ โดยแบ่งเป็นฟิล์มย้อมสี ฟิล์มปรอท ฟิล์มนาโนคาร์บอน ฟิล์มเซรามิก และฟิล์มแบบมัลติเลเยอร์
  • วิธีเลือกฟิล์มกันแดด ควรเลือกจากประสิทธิภาพการกันความร้อน ประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UV ช่วงเวลาที่ใช้รถบ่อย ราคาสมเหตุสมผล ความเป็นส่วนตัวและมารยาทต่อเพื่อนร่วมทาง
  • เลือกฟิล์มอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งาน? ควรเลือกจากค่า VLT ค่า TSER ค่าการป้องกันรังสี UV ประเภทของฟิล์ม ราคาและงบประมาณ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เสริมความมั่นใจ
  • ข้อควรระวังเมื่อติดฟิล์ม เริ่มจากห้ามลดกระจกหน้าต่างลงใน 7 วันแรกหลังติดตั้ง หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเนื้อหยาบ หลีกเลี่ยงการติดตั้งกล้องหน้ารถ และเลือกความเข้มให้ถูกกฎหมาย

ฟิล์มกันแดดรถยนต์ เป็นฟิล์มที่คุณสมบัติช่วยป้องกันความร้อน ป้องกันรังสี UV ทำให้ภายในรถเย็นขึ้น และฟิล์มประเภทนี้มีหลายแบบให้เลือกตามสไตล์การใช้งาน สำหรับใครที่มองหาฟิล์มกันแดดรถยนต์ที่กันแดด กันร้อนได้จริง และยังทำให้ห้องโดยสารคงสภาพดีในระยะยาว บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกฟิล์ม เปรียบเทียบราคาฟิล์ม เพื่อให้การเลือกติดฟิล์มกันแดดรถยนต์เป็นเรื่องง่าย ปกป้องได้จริง และตอบโจทย์การใช้งาน

ทำความรู้จักฟิล์มกันแดดรถยนต์ คืออะไร

ทำความรู้จักฟิล์มกันแดดรถยนต์ คืออะไร

ฟิล์มกันแดดรถยนต์ คือแผ่นฟิล์มที่มีลักษณะโปร่งใส บาง แต่มีความเหนียวและเรียบเนียนเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถยึดติดแนบสนิทไปกับกระจกรถยนต์ได้ด้วยชั้นกาวคุณภาพสูง โดยมีหน้าที่กรองแสงสว่างที่ส่องเข้ามา พร้อมทั้งปกป้องผู้โดยสารจากความร้อนของแสงแดด รังสียูวี และรังสีอินฟราเรด ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารไม่ให้ร้อนจนเกินไป

ประเภทฟิล์มกันแดด ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

ฟิล์มกันแดดแบบย้อมสี

ฟิล์มกันแดดรถยนต์แบบย้อมสี เป็นฟิล์มที่ผลิตจากการนำพลาสติกไปย้อมสีดำเพื่อช่วยลดความจ้าของแสงแดด ซึ่งปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเนื่องจากมีประสิทธิภาพในการกันความร้อนค่อนข้างต่ำ การเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือต้องการติดตั้งฟิล์มเพียงชั่วคราวเพื่อลดความสว่างภายในรถยนต์เท่านั้น

คุณสมบัติ

  • ลดแสงจ้า ป้องกันแสงสว่างได้ตามระดับความเข้มของสีฟิล์มที่เลือก
  • กันความร้อนต่ำ สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ได้เพียง 5-10% เท่านั้น
  • อายุการใช้งานสั้น มีความทนทานน้อย โดยทั่วไปมีอายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี

ฟิล์มกันแดดแบบปรอท

ฟิล์มปรอท คือฟิล์มที่ใช้พลาสติก PET ฉาบด้วยอนุภาคโลหะหลายชนิด ทำให้มีคุณสมบัติคล้ายกระจกที่สามารถสะท้อนความร้อนออกไปได้ดีเยี่ยมแทนการดูดซับไว้ เหมาะสำหรับรถที่ต้องจอดกลางแจ้งหรือเผชิญความร้อนจัดเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง แต่ค่าการสะท้อนแสงอาจรบกวนเพื่อนร่วมทางได้

คุณสมบัติ

  • ป้องกันรังสี UV ได้สูงถึง 99%
  • ป้องกันรังสีอินฟราเรด สกัดกั้นความร้อนได้มากกว่า 80%
  • ค่าสะท้อนแสง อยู่ที่ประมาณ 10-40% (ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มที่เลือก)
  • อายุการใช้งาน มีความทนทานเฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี

ฟิล์มกันแดดแบบนาโนคาร์บอน

ฟิล์มกันแดดแบบนาโนคาร์บอน (Nano Carbon Film) คือฟิล์มเกรดพรีเมียมที่ใช้นวัตกรรมเคลือบอนุภาคคาร์บอนขนาดจิ๋วลงบนเนื้อฟิล์ม โดดเด่นด้วยลุกสีดำสนิทที่ดูทันสมัยแต่ไม่เงาวาว มีความทนทานสูงและสีไม่ซีดจางง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรถสไตล์ดำเข้ม ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง แต่ยังต้องการทัศนวิสัยการขับขี่ที่คมชัด และต้องใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ ภายในรถอย่างลื่นไหล

คุณสมบัติ

  • ทัศนวิสัยเคลียร์ชัด แม้ภายนอกจะดูมืดเข้ม แต่การมองจากภายในออกมายังคงความชัดเจนสูง ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือมืดทึบเกินไป
  • ไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัล เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของโลหะ จึงไม่บล็อกสัญญาณ Easy Pass, GPS หรือ Wi-Fi
  • ความทนทานเป็นเลิศ วัสดุคาร์บอนทนทานต่อแสงแดดได้ดีเยี่ยม สีฟิล์มจึงคงความดำสวยได้ยาวนาน ไม่ซีดจางง่าย
  • กันความร้อนและ UV สูง ป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% และสามารถลดความร้อนจากรังสีอินฟราเรดได้ดี

ฟิล์มกันแดดแบบเซรามิก

การเลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบเซรามิก คือฟิล์มกรองแสงที่ใช้นวัตกรรมฝังอนุภาคนาโนเซรามิกลงในเนื้อฟิล์ม ทำให้มีประสิทธิภาพในการสกัดกั้นความร้อนและรังสีอันตรายได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับขี่รถในช่วงกลางวันหรือต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำ เพราะช่วยลดการสะสมความร้อนภายในห้องโดยสารได้อย่างเห็นผล

คุณสมบัติ

  • ปกป้องเหนือระดับ ป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้สูงถึง 99%
  • สกัดความร้อนดีเยี่ยม สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ได้มากกว่า 80%
  • เป็นมิตรกับทุกสัญญาณ ไม่รบกวนการทำงานของอุปกรณ์ดิจิทัลทุกชนิด ทั้ง Easy Pass, Wi-Fi, Bluetooth, GPS และสัญญาณวิทยุ
  • ทนทานยาวนาน มีอายุการใช้งานที่คุ้มค่า

ฟิล์มกันแดดแบบมัลติเลเยอร์

ฟิล์มกันแดดรถยนต์มัลติเลเยอร์ คือนวัตกรรมที่นำแผ่นโพลีเอสเตอร์ชนิดพิเศษที่มีความบางมากมาซ้อนทับกันมากกว่า 200 ชั้น ซึ่งสูงกว่าฟิล์มทั่วไปที่มักมีเพียง 5-9 ชั้นเท่านั้น เทคโนโลยีนี้ช่วยปกป้องผู้โดยสารและวัสดุภายในรถจากรังสีอันตรายได้อย่างเหนือชั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปกป้องระดับสูงสุด ทั้งในด้านการกันความร้อน ความสบายตา และการถนอมทัศนวิสัยที่เคลียร์ชัดในทุกสภาวะ

คุณสมบัติ

  • ป้องกันรังสี UV สูงสุด บล็อกรังสี UV ได้ถึง 99.99% ช่วยปกป้องผิวหนังและป้องกันวัสดุภายในรถไม่ให้ซีดจาง
  • สกัดความร้อนดีเยี่ยม ป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ได้สูงกว่า 97% ลดอุณหภูมิในห้องโดยสารได้อย่างเห็นผล
  • ขับขี่สบายตา ช่วยลดแสงสะท้อนและแสงจ้าจากภายนอก แต่ยังคงความใสเคลียร์ ไม่บดบังทัศนวิสัย
  • ความทนทานเป็นเลิศ มีอายุการใช้งานยาวนานทรงประสิทธิภาพมากกว่า 10 ปี

วิธีเลือกฟิล์มกันแดดรถยนต์

วิธีเลือกฟิล์มกันแดดรถยนต์

  • เน้นประสิทธิภาพการกันความร้อน ควรเลือกจากค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) เป็นหลัก เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการสะสมความร้อนและควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบาย
  • การป้องกันรังสี UV ควรเลือกฟิล์มที่บล็อกรังสี UV ได้สูง เพื่อปกป้องผิวหนังของผู้โดยสารจากความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนัง และช่วยถนอมวัสดุอุปกรณ์ภายในรถไม่ให้กรอบหรือเสื่อมสภาพเร็วเกินไป
  • ช่วงเวลาที่ใช้รถบ่อย
    • เน้นขับกลางวัน สามารถเลือกฟิล์มที่มีความเข้มสูงเพื่อช่วยพรางแสงแดดและลดรังสีความร้อน
    • เน้นขับกลางคืน ควรเลือกฟิล์มที่ “ดำนอกสว่างใน” เช่น ฟิล์มเซรามิก แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ให้ทัศนวิสัยที่คมชัดกว่า ช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยในที่แสงน้อย
  • ระยะเวลาในการเดินทาง หากต้องใช้ชีวิตอยู่ในรถนานๆ ท่ามกลางแดดจัด ควรลงทุนกับฟิล์มที่มีอายุการใช้งานยาวนานและกันความร้อนได้เสถียรอย่างฟิล์มเซรามิค เพื่อความสบายตัวตลอดการเดินทาง
  • ความเป็นส่วนตัวและมารยาทต่อเพื่อนร่วมทาง หากต้องการความเป็นส่วนตัวควรเลือกฟิล์มโทนเข้ม แต่ฟิล์มเซรามิกจะได้เปรียบกว่าฟิล์มปรอท เพราะสะท้อนแสงต่ำกว่า จึงไม่เกิดแสงเงารบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถคันรอบข้าง
  • ราคาสมเหตุสมผล ในการเลือกติดฟิล์มกันแดดรถยนต์ ควรเลือกราคาที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกฟิล์มที่มีราคาถูกกว่าราคาจริงในตลาด เพราะอาจต้องเจอกับความเสี่ยงที่ฟิล์มไม่ได้มาตรฐาน

เปรียบเทียบฟิล์มกันแดดรถยนต์ แต่ละแบบราคาเท่าไร

  • ฟิล์มธรรมดา ราคา 1,500 – 3,500 บาท
  • ฟิล์มปรอท/สะท้อนแสง ราคา 3,500 – 6,000 บาท
  • ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film) ราคา 6,500 – 9,500 บาท
  • ฟิล์มนาโนเซรามิก (Nano-Ceramic) ราคา 12,000 – 25,000+ บาท

แนวทางการเลือกใช้ฟิล์มกันแดดรถยนต์

แนวทางการเลือกใช้ฟิล์มกันแดดรถยนต์

  • ค่า VLT เป็นตัวบอกความเข้มของฟิล์ม หากค่า VLT น้อย ฟิล์มจะมีความมืดและให้ความเป็นส่วนตัวสูงขึ้น แต่หากต้องการให้ภายในรถดูสว่างและมองเห็นชัดเจน ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า VLT สูง
  • ค่า TSER วัดประสิทธิภาพการกันความร้อน ยิ่งค่า TSER สูง ฟิล์มจะยิ่งช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้ดีเยี่ยม เหมาะเป็นพิเศษสำหรับสภาพอากาศที่ร้อนจัด
  • ค่าการป้องกันรังสี UV ปัจจัยสำคัญในการปกป้องผิวหนังและดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตราย จึงควรเลือกฟิล์มที่มีค่าการป้องกันรังสีนี้ในระดับที่สูงที่สุด
  • ประเภทของฟิล์ม ควรเลือกเทคโนโลยีฟิล์มที่เหมาะสม เช่น เซรามิก คาร์บอน หรือฟิล์มปรอท โดยพิจารณาจากข้อดีและข้อเสียให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของคุณ
  • ราคาและงบประมาณ พิจารณางบประมาณที่ตั้งไว้ให้สมดุลกับคุณภาพ ซึ่งราคาจะแปรผันตามชื่อเสียงของยี่ห้อ รวมถึงประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและรังสี UV
  • ปัจจัยเสริมความมั่นใจ ควรเลือกใช้ฟิล์มจากยี่ห้อที่มีชื่อเสียงระดับสากล มีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจน และเลือกติดตั้งกับศูนย์บริการที่มีความน่าเชื่อถือสูง

ข้อควรระวังที่ต้องรู้เมื่อติดฟิล์มกันแดดรถยนต์

  • ห้ามลดกระจกหน้าต่างลงใน 7 วันแรกหลังติดตั้ง เพื่อป้องกันการเสียดสีกับขอบยางที่อาจทำให้ฟิล์มเกิดรอยขีดข่วนหรือลอกร่อนได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเนื้อหยาบและน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย เพราะสารเคมีและผิวสัมผัสที่รุนแรงจะทำให้ฟิล์มเป็นรอยหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • หากพบฝ้าหรือฟองอากาศเล็กๆ ในช่วง 1 ถึง 3 สัปดาห์แรกถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะจางหายไปเองเมื่อเนื้อฟิล์มและกาวแห้งสนิท
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งกล้องหน้ารถหรืออุปกรณ์ดูดกระจกทุกชนิดบนฟิล์มที่เพิ่งติดใหม่ จนกว่ากาวจะเซตตัวสมบูรณ์เพื่อป้องกันฟิล์มบวม
  • จอดรถเพื่อเซตตัว แนะนำให้จอดรถตากแดดเพื่อให้กาวแห้งและเซตตัวได้เร็วขึ้น แต่ควรระวังไม่ให้ตากแดดที่ร้อนจัดจนเกินไปเป็นเวลานาน
  • ควรตรวจสอบระดับความเข้มของฟิล์มให้ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกระจกบานหน้าต้องมีค่าแสงส่องผ่านไม่น้อยกว่า 40% เพื่อความปลอดภัย

ติดฟิล์มรถยนต์ กับ SPMS-EST ดีกว่าอย่างไร

SPMS-EST เป็น Authorized 3M Distributor ในไทย จัดจำหน่ายฟิล์มติดรถยนต์แท้จาก 3M การันตีการปกป้องรถของคุณด้วยนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มาดูกันเลยว่าทำไมต้องเลือกติดตั้งฟิล์มเซรามิกกับร้านที่ได้มาตรฐานรับรองจาก 3M

  • ฟิล์มเซรามิก 3M ช่วยป้องกันความร้อนได้ดีเยี่ยม ทนทานต่อรอยขีดข่วน และให้ความเงางามดูใหม่อยู่เสมอ
  • เลือกติดตั้งกับศูนย์ที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกรับบริการจากร้านที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก 3M เพื่อมั่นใจในคุณภาพสินค้าและฝีมือช่างที่ได้รับการเทรนมาแล้ว
  • ครอบคลุมทุกพื้นที่มีศูนย์บริการมาตรฐานพร้อมให้บริการทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย

สำหรับใครที่สนใจรับการปกป้องที่ดีที่สุดให้รถของคุณ สามารถสอบถามรายละเอียดราคาและเช็กสาขาใกล้บ้านได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ SPMS-EST.com

สรุป

ฟิล์มกันแดดรถยนต์เป็นวัสดุโปร่งใสประสิทธิภาพสูงที่ช่วยกรองแสง ป้องกันรังสี UV และอินฟราเรดเพื่อควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสาร โดยมีตัวเลือกตั้งแต่ฟิล์มย้อมสี ฟิล์มปรอท ฟิล์มนาโนคาร์บอน ไปจนถึงฟิล์มเซรามิกและมัลติเลเยอร์ โดยการเลือกใช้งานควรพิจารณาจากค่า VLT เพื่อความเข้มที่เหมาะสม ค่า TSER เพื่อการกันความร้อน และเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานรับประกันในราคาที่สมเหตุสมผล สำหรับใครที่มองหาฟิล์มกันแดดรถยนต์ที่มีคุณภาพการกันความร้อนที่ดีเยี่ยม แนะนำที่ SPMS-EST เพราะที่นี่พร้อมให้บริการติดตั้งฟิล์มจากแบรนด์ 3M ด้วยช่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้รับการปกป้องจริงๆ

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

ฟิล์มกันแดดรถยนต์ต่างจากฟิล์มกันแดดทั่วไปอย่างไร?

ฟิล์มกันแดดรถยนต์มีความแตกต่างจากฟิล์มทั่วไป โดยเน้นที่ทัศนวิสัยเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก พร้อมทั้งมีความเหนียวและทนทานต่ออุณหภูมิที่สูงกว่ามาก มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี IR และ UV ระดับสูงเพื่อให้ห้องโดยสารเย็นเร็วที่สุด

ติดฟิล์มกันแดดแบบไหนที่ไม่รบกวนสัญญาณ?

ฟิล์มติดรถยนต์ที่ไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัล ทั้ง GPS, Easy Pass, Wi-Fi หรือสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ควรเลือกใช้ฟิล์มเซรามิก หรือฟิล์มคาร์บอน โดยต้องเน้นชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะ (Non-metalized)

ทำไมหลังติดฟิล์มใหม่ถึงมีรอย/ตุ่มน้ำ?

หากพบรอยหรือตุ่มน้ำหลังการติดตั้งฟิล์มรถยนต์ใหม่ถือเป็นเรื่องปกติ เกิดจากความชื้นของน้ำยาติดตั้งที่ยังระเหยออกไม่หมดจากระหว่างชั้นฟิล์มและกระจก โดยรอยเหล่านี้จะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 1–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพแสงแดดและการเซตตัวของกาว แต่ห้ามกดหรือรีดรอยเหล่านั้นด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด

ควรเปลี่ยนฟิล์มกันแดดรถยนต์บ่อยแค่ไหน?

อายุการใช้งานของฟิล์มกรองแสงจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปี ควรพิจารณาเปลี่ยนตามคุณภาพของรุ่นที่เลือกและลักษณะการใช้งานเป็นหลัก โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดกลางแจ้งหรือเผชิญแดดจัดเป็นประจำ อาจส่งผลให้ฟิล์มเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

แชร์บทความนี้