คนรักรถควรรู้!
- ฟิล์มแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น ฟิล์มย้อมสีราคาประหยัด ฟิล์มปรอทกันร้อนดีแต่รบกวนสัญญาณ ฟิล์มคาร์บอนมีสีดำด้านสวยงาม ฟิล์มเซรามิค ฟิล์มไฮบริดให้ทัศนวิสัยชัดเจนและกันร้อนได้ดีทั้งคู่ และฟิล์มนิรภัยเน้นเพิ่มความปลอดภัยเป็นพิเศษ
- ก่อนเลือกซื้อฟิล์มติดรถยนต์ ควรดูค่าการกันความร้อน (TSER) การป้องกันรังสี UV ค่าระดับความเข้มหรือ VLT ไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ และแบรนด์ที่เชื่อถือได้
- ติดฟิล์มกับ SPMS-EST พร้อมให้บริการติดฟิล์มกรองแสงหลากหลายประเภท พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์ และบริการติดตั้งจากทีมงานมืออาชีพ เพื่อปกป้องรถของคุณในราคาที่เหมาะสม
อากาศประเทศไทยที่แสนจะร้อนระอุแทบทั้งปี ทำให้การขับรถเป็นเรื่องท้าทายมาก ฟิล์มติดรถยนต์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือ Privacy เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องรถของคุณจากแสงแดดอีกด้วย บทความนี้จะมาแนะนำฟิล์มกรองแสงแต่ละแบบ ตั้งแต่ถูกถึงพรีเมียม และข้อดี-ข้อเสียของฟิล์มแต่ละแบบ เพื่อให้การเลือกฟิล์มติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่สุดเป็นเรื่องง่าย

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์มีกี่ประเภท เลือกให้เหมาะ ได้คุณภาพ
ก่อนจะเลือกติดฟิล์มยี่ห้อไหนดีที่สุด ถ้าเราเข้าใจประเภทของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ จะช่วยให้เราเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้ดีขึ้น และยังได้ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพอีกด้วย
ฟิล์มย้อมสี
ฟิล์มย้อมสีเป็นฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มีราคาถูกที่สุด เป็นฟิล์มประเภทพื้นฐานที่ผลิตโดยการย้อมสีลงบนแผ่นฟิล์มพอลิเอสเตอร์เพื่อลดแสงสว่างที่ผ่านเข้าไป คุณสมบัติหลักคือช่วยกรองแสงและรังสี UV ได้ระดับหนึ่ง แต่ประสิทธิภาพในการลดความร้อนต่ำเพราะดูดซับความร้อนแทนการสะท้อนออกไป ฟิล์มนี้มีราคาถูก ติดตั้งง่าย และไม่รบกวนสัญญาณวิทยุหรือ GPS แต่สีจะซีดจางตามเวลา ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงหลังใช้งาน 3-5 ปี
ข้อดี
- ราคาประหยัด เหมาะสำหรับงบจำกัด
- ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
- ติดตั้งง่าย ไม่มีปัญหาเรื่องรอยพับ
ข้อเสีย
- กันร้อนได้น้อย (ประมาณ 40-50%)
- สีซีดจางเร็ว อายุการใช้งานสั้น 3-5 ปี
- ไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนจัดในไทย
ฟิล์มเคลือบโลหะ (ฟิล์มปรอท)
ฟิล์มเคลือบโลหะหรือที่เรียกกันว่าฟิล์มปรอท เป็นฟิล์มที่ผลิตโดยการฝังอนุภาคโลหะ เช่น อะลูมิเนียมหรือเงิน ลงบนแผ่นฟิล์มเพื่อสะท้อนแสงและความร้อน คุณสมบัติเด่นคือสะท้อนรังสีอินฟราเรดและ UV ได้ดี ลดความร้อนได้ 35-90% ให้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยเนื้อฟิล์มเงาวาวคล้ายกระจก แต่ฟิล์มประเภทนี้มักรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์อย่าง GPS
ข้อดี
- กันร้อนสูง สะท้อนแสงและ UV ได้ดี
- ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ราคาค่อนข้างเข้าถึงได้
- ทนทาน ป้องกันกระจกแตกจากแรงกระแทก
ข้อเสีย
- รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เช่น GPS และวิทยุ
- อาจดูเงาวาวเกินไป สะท้อนแสงรบกวนตอนกลางคืน
- อายุการใช้งานสั้น และโลหะอาจเสื่อมสภาพ
ฟิล์มคาร์บอน
ต่อมาฟิล์มคาร์บอน เป็นฟิล์มที่ดูดซับและสะท้อนรังสีอินฟราเรดและ UV ได้ดี มีคุณสมบัติเด่นคือให้โทนสีดำด้าน มองจากภายนอกมืดแต่จากภายในมองออกชัด ลดความร้อนได้ 50-60% ป้องกัน UV เกือบ 100% และไม่รบกวนสัญญาณ GPS หรือโทรศัพท์ ทนทาน ไม่ซีดจางตามเวลา เหมาะกับสภาพอากาศร้อนในไทย
ข้อดี
- กันร้อนและ UV สูง ไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
- สีดำด้านสวยงาม ทนทาน ไม่ซีดจาง
- มองจากในออกชัด ให้ความเป็นส่วนตัวดี
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่าฟิล์มย้อมสีหรือปรอท
- มืดจากภายนอกมาก ทัศนวิสัยตอนกลางคืนอาจแย่ลง

ฟิล์มเซรามิค
ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบเซรามิค เป็นฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีอนุภาคเซรามิกนาโนฝังในชั้นพอลิเอสเตอร์เพื่อสะท้อนและดูดซับรังสีอินฟราเรดและ UV โดยไม่ต้องพึ่งโลหะ คุณสมบัติเด่นคือลดความร้อนได้สูงถึง 60-90% ป้องกัน UV เกือบ 100% ให้ทัศนวิสัยชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืนเพราะแสงสะท้อนต่ำ (4-8%) และไม่รบกวนสัญญาณ GPS หรือโทรศัพท์ ทนทานต่อการซีดจางและรอยขีดข่วน เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นในไทย
ข้อดี
- กันร้อนและ UV สูงสุดในบรรดาฟิล์มทุกประเภท ทัศนวิสัยชัด
- ไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ทนทานยาวนาน
- สีสม่ำเสมอ ไม่สะท้อนแสงรบกวนตอนกลางคืน
ข้อเสีย
- ราคาแพง
- ติดตั้งยาก
ฟิล์มไฮบริด
ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบไฮบริด เป็นฟิล์มคุณภาพพรีเมียมที่ผสมผสานคุณสมบัติจากหลายประเภท เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยลดจุดอ่อนของแต่ละแบบ คุณสมบัติเด่นคือลดความร้อนได้ 60-80% ป้องกันรังสี UV เกือบ 100% ให้ทัศนวิสัยชัดเจน สีไม่ซีดจางง่าย และรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์น้อยกว่าฟิล์มโลหะเพราะใช้โลหะในปริมาณน้อย นอกจากนี้ยังหลายสูตรย่อยให้เลือกซื้อตามไลฟ์สไตล์การใช้งาน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมดุลระหว่างราคาและคุณภาพในสภาพอากาศไทย
ข้อดี
- กันร้อนสูง สมดุลคุณสมบัติจากหลายเทคโนโลยี สีคงทน
- รบกวนสัญญาณน้อยกว่าฟิล์มปรอท ทัศนวิสัยดีทั้งกลางวันกลางคืน
- คุ้มค่ากับราคา ทนทานปานกลางถึงสูง
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่าฟิล์มพื้นฐาน
- คุณภาพขึ้นกับสูตรและยี่ห้อ ต้องตรวจสอบสเปกก่อนซื้อ
ฟิล์มนิรภัย
ฟิล์มนิรภัย เป็นฟิล์มที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัย โดยใช้ชั้นพอลิเอสเตอร์หนาและกาวพิเศษหลายชั้นเพื่อยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อถูกทุบหรือเกิดอุบัติเหตุ คุณสมบัติหลักคือป้องกันการงัดแงะโจรกรรม ชะลอการเจาะทะลุของกระจก ลดอันตรายจากเศษแก้วกระเด็น และบางรุ่นผสมเทคโนโลยีกรองแสงเข้าไปด้วย เช่น ป้องกัน UV 99% ลดความร้อนได้ 40-70% ฟิล์มชนิดนี้จะหนากว่าฟิล์มทั่วไป 2-4 เท่า ทนทานต่อแรงกระแทกสูง เหมาะกับรถที่มีเด็กเล็กหรือจอดในที่เสี่ยง
ข้อดี
- ป้องกันกระจกแตกกระจาย ลดบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและโจรกรรม
- ยึดเกาะแน่น ชะลอผู้บุกรุก ใช้เวลานานขึ้น
- บางรุ่นกรอง UV และร้อนได้ดี ทนทานยาวนาน
ข้อเสีย
- กันร้อนไม่สูงเท่าฟิล์มเซรามิคหรือคาร์บอน
- ราคาสูง ติดตั้งยาก

ลิสต์ที่ควรดูก่อนเลือกซื้อฟิล์มติดรถยนต์ให้คุ้มค่า
- ดูค่ากันความร้อนรวม (TSER) เลือกฟิล์มที่มีค่ากันความร้อนรวม (TSER) อย่างน้อย 50-70% โดยเฉพาะรุ่นเซรามิกหรือไฮบริดที่สะท้อนรังสีอินฟราเรดสูง ช่วยลดภาระแอร์และประหยัดน้ำมัน
- การป้องกันรังสี UV ต้องกัน UV 99% ขึ้นไปเพื่อปกป้องผิวและภายในรถไม่ให้ซีดจาง เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ขับกลางวันบ่อย
- ระดับความเข้ม (VLT) กระจกหน้าต้อง VLT ≥32% ตามกฎหมายไทย กระจกข้าง-หลังเลือก 40-60% เพื่อความเป็นส่วนตัวและทัศนวิสัยชัด หลีกเลี่ยงเข้มเกินไปที่ทำให้มองยากกลางคืน
- ไม่รบกวนสัญญาณ เลือกฟิล์มไร้โลหะ เช่น คาร์บอนหรือเซรามิก เพื่อไม่ให้รบกวน GPS, Easy Pass หรือ 5G โดยเฉพาะรถ EV
- การรับประกันและแบรนด์ เลือกยี่ห้อมาตรฐาน มอก. หรือ ISO พร้อมประกัน 5-10 ปี และควรเลือกร้านที่มีบริการหลังการขายครบครัน
ติดฟิล์มรถยนต์ กับ SPMS-EST ดีกว่าอย่างไร
หลายคนอาจสงสัยว่าฟิล์มติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่สุด? แนะนำว่าควรเลือกฟิล์มที่มีประสิทธิภาพครบทั้งกันแดด ลดรอย และเงางามอยู่เสมอ นอกจากนี้ควรเลือกติดตั้งกับร้านที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก 3M เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับรถคุณ สามารถเลือกติดตั้งกับศูนย์บริการที่ใกล้บ้าน หรือตัวแทนสาขาในทั่วประเทศ ที่มีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คุณสามารถรับคำแนะนำจากมืออาชีพ หรือปรึกษาเพื่อให้ได้ฟิล์มที่ดี ตรงใจคุณที่สุด และตรวจสอบ 3M ติดฟิล์ม ที่สาขาใกล้บ้านได้จากเว็บไซต์ SPMS-EST.com
สรุป
ในการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงรถยนต์ให้เหมาะกับอากาศเมืองไทยเป็นสิ่งสำคัญ และมีหลายตัวเลือก ได้แก่ ฟิล์มย้อมสี ฟิล์มปรอท ฟิล์มคาร์บอน ฟิล์มเซรามิค ฟิล์มไฮบริด และฟิล์มนิรภัย ก่อนตัดสินใจซื้อฟิล์มติดรถยนต์ควรดูค่าการกันความร้อนรวม (TSER) การป้องกันรังสี UV 99% และระดับความเข้ม (VLT) ที่ถูกกฎหมายไทย เพื่อให้ได้ฟิล์มที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด สำหรับใครสงสัยว่าติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่สุด? แนะนำที่ SPMS-EST เพราะที่นี่มีช่างมืออาชีพพร้อมให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษา ติดตั้งฟิล์ม ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้คุณได้รับประสิทธิภาพการกันแสงแดดสูงที่สุด พร้อมๆ กับรถที่เงางาม
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ประเภทไหนดี เพื่อให้ได้ราคาถูก คุณภาพครบ มาดูคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่น่าสนใจกัน!
ฟิล์มกรองแสงราคาถูกและราคาแพงต่างกันอย่างไร?
ฟิล์มราคาถูกจะช่วยประหยัดงบแต่มีอายุการใช้งานสั้นและกันความร้อนได้น้อย ในขณะที่ฟิล์มเกรดพรีเมียมจะโดดเด่นเรื่องการป้องกันรังสี UV และอินฟราเรดที่ดีกว่า พร้อมคุณสมบัติที่ช่วยลดความร้อนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความทนทานสูงในระยะยาว
ฟิล์มกรองแสงราคาถูกจะป้องกันแสงแดดได้ดีไหม?
ฟิล์มราคาถูกจะช่วยลดความจ้าของแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง แต่ในแง่ของความทนทานและประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UV นั้น ยังถือว่าไม่ครอบคลุมเท่ากับฟิล์มเกรดพรีเมียม
ฟิล์มกรองแสงพรีเมียมมีข้อดีอย่างไร?
ฟิล์มกรองแสงพรีเมียมโดดเด่นด้วยการกันความร้อนและรังสี UV ที่สูงกว่า ช่วยถนอมวัสดุภายในรถไม่ให้ซีดจางหรือเสื่อมสภาพเร็ว และเพิ่มความเป็นส่วนตัวเพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
