คนรักรถควรรู้!
- เช็กรถก่อนเดินทางไกลช่วยป้องกันอุบัติเหตุและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิดระหว่างทาง
- 10 จุดที่ต้องเช็กให้ดีก่อนออกเดินทาง ได้แก่ แบตเตอรี่ ยาง ช่วงล่าง น้ำมันเครื่อง ระบบเบรก หม้อน้ำ ระบบหล่อเย็น ท่อยาง ไฟหน้าไฟท้าย ใบปัดน้ำฝน น้ำมันเกียร์ น้ำมันคลัตช์ แผ่นกรองอากาศ และหน้าปัดแผงควบคุม
- เช็กรถก่อนเดินทางไกลกับ SPMS-EST ให้บริการตรวจเช็กสภาพก่อนออกเดินทางไกล ตั้งแต่ระบบเบรก ยาง น้ำมัน ระบบไฟฟ้า และการตรวจเช็กความพร้อมของรถยนต์ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง
เมื่อเราวางแพลนเตรียมท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาว มีหลายอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกทริปไม่ว่าจะเป็นจองที่พัก จัดกระเป๋า เลือกเสื้อผ้าสวยๆ ให้เข้ากับสถานที่นั้นๆ แต่อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนออกจากบ้านก็คือ เตรียมรถให้พร้อม เพราะเราต้องเดินทางต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อเนื่อง อาจทำให้รถเกิดปัญหาได้ถ้าไม่ได้เช็กก่อนเดินทาง บทความนี้จะมาแนะนำ 10 จุดสำคัญที่ต้องเช็กรถก่อนเดินทางไกล เพื่อทริปที่ราบรื่น

ทำไมต้องเช็กรถก่อนเดินทางไกล
การเช็กสภาพรถก่อนเดินทางไกลช่วยป้องกันอุบัติเหตุและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง ทำให้การเดินทางปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราไม่เช็ก อาจเสี่ยงยางหรือเครื่องต่างๆ ภายในรถยนต์สึกหรอหรือแตกหักได้ ทำให้รถเสียการควบคุม โดยเฉพาะบนทางไกลที่ต้องเจอสภาพถนนหลากหลาย ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้

10 จุดบนรถยนต์ที่ต้องเช็กก่อนเดินทางไกล มีอะไรบ้าง
เมื่อเราวางแผนเที่ยวแล้ว และอยากเช็กสภาพรถด้วยตัวเองก่อนเดินทางไกล แต่ถ้าไปศูนย์บริการตรวจสภาพรถก็เสี่ยงเจอราคาสูงเกินไป วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 จุดที่ต้องดูพร้อมวิธีเช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไกล มีอะไรบ้าง
แบตเตอรี่
วิธีเช็กรถก่อนเดินทาง เริ่มจากตรวจสอบแบตเตอรี่โดยดูสภาพภายนอกว่ามีบวมหรือแตกไหม ขั้วแบตสะอาดและขันแน่นดีหรือไม่ และเช็กตาแมวหรือ Indicator ซึ่งสีน้ำเงินหรือฟ้าแสดงไฟเต็ม สีขาวหรือใสไฟอ่อน สีแดงน้ำกลั่นแห้ง หากขั้วสกปรก ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาเฉพาะหรือน้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นขันให้แน่น สำหรับแบตเตอรี่แบบน้ำ ควรเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับถึงขีดที่กำหนดด้านใน แต่ไม่ควรเติมจนเต็ม เพื่อป้องกันการล้นหรือหกขณะใช้งาน
หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น สตาร์ตติดยาก ไฟสลัว มีกลิ่นเหม็นไข่เน่า หรือไฟเตือนบนหน้าปัดติด แสดงว่าแบตเสื่อม ควรนำไปทดสอบด้วยเครื่องวัด CCA และโวลต์ที่ร้านบริการ หากเสื่อมเกิน 50% ให้เปลี่ยนใหม่ทันที
ยาง และช่วงล่าง
ยางและช่วงล่างของรถยนต์เป็นอีกจุดต่อมาที่ควรเช็กรถก่อนเดินทางไกล สามารถเช็กโดยวัดความลึกดอกยางด้วยเกจต้องไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. (แนะนำ 3 มม. ขึ้นไป) ดูแรงดันลมยางตามสติกเกอร์ประตูคนขับ เช็กแก้มยางไม่มีรอยแตก บวม หรือนูน และสลับยางให้สึกเท่ากัน สำหรับช่วงล่าง ดูลูกหมาก โช้คอัพ และแหนบว่ามีรอยรั่ว น้ำมันซึม หรือหลวมหรือไม่ โดยยกหรือเขย่ารถเพื่อเช็กเสียงดังผิดปกติ
หากดอกยางสึกเกินหรือลมยางต่ำเกินไป ให้เติมลมหรือเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อป้องกันยางระเบิด ส่วนช่วงล่างหลวมหรือรั่ว ต้องนำเข้าศูนย์ซ่อมเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนให้ปลอดภัย ถ้าเจอสัญญาณผิดปกติอย่างรถสั่น รถดึง หรือเสียงดังจากล้อ ควรรีบแก้ไขด่วนก่อนออกเดินทาง

น้ำมันเครื่อง และระบบเบรก
ต่อมาอย่าลืมเช็กน้ำมันเครื่องและระบบเบรก วิธีเช็กน้ำมันเครื่องรถยนต์ก่อนเดินทางไกลควรจอดรถบนพื้นราบ ดับเครื่องรอ 2-3 นาที ดึงก้านวัดออก เช็ดให้แห้ง เสียบกลับเข้าไปแล้วดึงดูใหม่ ระดับต้องอยู่ระหว่างขีด Min-Max สีใสไม่ขุ่นดำ และไม่มีกลิ่นไหม้ สำหรับระบบเบรก เช็กระดับน้ำมันเบรกในหม้อตวงต้องเต็มไม่ต่ำกว่า Min ดูผิวน้ำมันใสไร้ฟองอากาศ และทดสอบเหยียบเบรกขณะเครื่องยนต์ทำงาน เพื่อตรวจดูว่าแป้นเบรกยังมีแรงต้าน ไม่ยวบหรือจมลึก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบเบรกยังปลอดภัยพร้อมใช้งาน
หากน้ำมันเครื่องต่ำหรือขุ่น ให้เติมหรือเปลี่ยนใหม่ตามคู่มือรถ พร้อมสำรองน้ำมันเครื่อง 1 ลิตรติดรถ ขณะที่น้ำมันเบรกต่ำหรือเบรกรู้สึกนิ่ม ไม่แนะนำให้ขับและนำเข้าศูนย์ตรวจเปลี่ยนผ้าเบรกหรือล้างระบบทันที
หม้อน้ำ ระบบหล่อเย็น และท่อยาง
หนึ่งในจุดที่หลายคนมักมองข้ามอย่างหม้อน้ำ ระบบหล่อเย็นและท่อยาง จริงๆ แล้วถ้าไม่เช็กเลยอาจทำให้เครื่องยนต์ของเราร้อนเกิน หรือเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดได้ วิธีเช็กรถก่อนเดินทางไกลเริ่มจากเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นในหม้อสำรองตอนเครื่องเย็น ต้องอยู่ระหว่างขีด Min-Max สีใสไม่ขุ่น และไม่มีตะกอน จากนั้นดูหม้อน้ำและท่อยางไม่มีรอยรั่ว แตก หรือนิ่มหย่อน เปิดฝาหม้อน้ำเช็กใบพัดพัดลมหมุนปกติ และท่อยางต้องแน่นไม่บวม
หากน้ำยาหล่อเย็นต่ำ ให้เติมน้ำยาแบบเดียวกันตามสเปก ห้ามใช้น้ำเปล่า และสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น เครื่องร้อนเกิน ไฟเตือนติด มีคราบน้ำยารั่ว หรือท่อยางแตกร้าว ต้องหยุดขับทันที เติมน้ำชั่วคราวแล้วนำเข้าศูนย์เปลี่ยนน้ำยาหรือท่อยางใหม่
ไฟหน้า และไฟท้าย
การตรวจสอบไฟทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ควรเริ่มจากเปิดทดสอบทุกโหมด ทั้งไฟสูง-ต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอย และไฟตัดหมอก เพื่อให้แน่ใจว่าทุกดวงสว่างชัดเจน ไม่กะพริบหรือดับระหว่างใช้งาน โดยควรเช็กเลนส์กระจกให้สะอาดไม่ขุ่นมัวและลองให้คนช่วยยืนสังเกตทิศทางลำแสงว่าส่องตรงไม่เอียง ถ้าเจอหลอดไฟขาดหรือให้แสงอ่อนลง ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีพร้อมตรวจสอบขั้วไฟและสายไฟให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เสมอ
ใบปัดน้ำฝน
วิธีเช็กใบปัดน้ำฝนรถก่อนเดินทางไกล ทำได้ง่ายๆ เริ่มจากลูบตัวยางว่ายังนุ่ม ไม่แข็งกระด้างหรือฉีกขาด จากนั้นลองฉีดน้ำและเปิดปัดดูว่ายังรีดน้ำได้สะอาดทั่วทั้งบานหน้าและหลังโดยไม่ทิ้งคราบเส้นหรือมีเสียงขูดกระจก หากพบว่ายางเริ่มเสื่อมสภาพหรือปัดไม่ชัด ควรเปลี่ยนใบปัดใหม่ทั้งชุดทันทีตามขนาดที่รถระบุ ซึ่งคุณสามารถทำได้เองเพียงแค่ปลดคลิปสลักออกและใส่ชุดใหม่เข้าไปแทนที่ อย่าลืมเช็กระดับน้ำยาล้างกระจกให้พร้อมใช้อยู่เสมอ และแนะนำให้เปลี่ยนทุก 6-12 เดือน
น้ำมันเกียร์ และน้ำมันคลัตช์
ส่วนการเช็กน้ำมันเกียร์ และน้ำมันคลัตช์ ควรทำขณะสตาร์ตเครื่องยนต์บนพื้นราบ โดยระดับน้ำมันบนก้านวัดต้องอยู่ระหว่างขีด Min และ Max มีสีแดงใส ไม่มีกลิ่นไหม้หรือขุ่นดำ ส่วนน้ำมันคลัตช์ในเกียร์ธรรมดาควรอยู่ในระดับ Max และใสสะอาดเสมอ หากพบว่าระดับต่ำเกินไปควรเติมให้ตรงตามสเปกในคู่มือทันที หรือหากพบสิ่งผิดปกติ เช่น เกียร์กระตุกหรือคลัตช์นิ่มผิดปกติ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาจุดรั่วซึมทันที

แผ่นกรองอากาศ
การดูแลแผ่นกรองอากาศเริ่มจากเปิดฝาหม้อกรองเพื่อตรวจเช็กไส้กรองว่ายังสะอาด ไม่มีคราบน้ำมัน หรือฝุ่นอุดตันจนแสงส่องไม่ผ่านไหม หากสกปรกเล็กน้อยสามารถเคาะฝุ่นออกได้ แต่ควรเปลี่ยนใหม่ทุก 20,000-40,000 กม. ตามคู่มือเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด หากปล่อยให้กรองตันจะทำให้เครื่องยนต์อืด เร่งไม่ขึ้น และกินน้ำมันมากกว่าปกติ ดังนั้นก่อนเดินทางไกลควรเลือกเปลี่ยนไส้กรองคุณภาพดีและล็อกฝาปิดให้สนิท เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มกำลังและประหยัดน้ำมันตลอดทริป
ระบบแตรรถยนต์
สำหรับการเช็กระบบแตรรถยนต์ก่อนเดินทางไกล ควรลองกดทดสอบในขณะจอดนิ่งเพื่อฟังว่าเสียงดังชัดเจน สม่ำเสมอ และตอบสนองทันทีโดยไม่แผ่วเบาหรือขาดหายหรือไม่ หากพบว่าเสียงผิดปกติหรือกดไม่ติด ให้ลองตรวจสอบขั้วสายไฟและรีเลย์ว่าหลวมหรือชำรุดไหม หากยังไม่ดีขึ้นควรนำรถเข้าตรวจซ่อมระบบวงจรหรือเปลี่ยนแตรใหม่ทันที
หน้าปัด และแผงควบคุม
หน้าปัด และแผงควบคุมเป็นจุดที่เราเห็นอยู่ตลอดเวลาที่ขับรถ และไม่ควรมองข้าม วิธีเช็กหน้าปัดรถยนต์ก่อนเดินทางไกล ควรสตาร์ตเครื่องยนต์เพื่อดูว่าเข็มวัดและไฟสถานะต่างๆ ทำงานปกติ แสงสว่างชัดเจน และไม่มีไฟเตือนอันตรายโชว์ค้างไว้ พร้อมเช็กปุ่มควบคุมแอร์และวิทยุว่าตอบสนองได้ทันทีโดยไม่ติดขัด หากพบไฟเตือนระบบสำคัญอย่าง ABS หรือรูปเครื่องยนต์ติดค้าง ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบเซนเซอร์หรือรีเซต ECU ด้วยเครื่องสแกนทันที

เลือกเช็กสภาพรถก่อนเดินทางไกลที่ไหนดี และราคาเท่าไร
สำหรับใครที่ไม่สะดวกเช็กรถก่อนเดินทางไกลด้วยตนเองที่ไหนดี? สามารถเลือกเช็กที่ศูนย์ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก (ตรอ.) เป็นตัวเลือกสำหรับการตรวจเช็กรถก่อนเดินทางไกล เพราะได้มาตรฐาน ราคาคิดแตกต่างกัน โดยเริ่มต้นที่ 150-200 บาทสำหรับรถยนต์น้ำหนักไม่เกิน 1,600 กก. และ 250-300 บาทหากเกินกว่านั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักรถเปล่าและสถานที่ตรวจ และควรหลีกเลี่ยงศูนย์ที่ราคาถูกเกินแต่คุณภาพต่ำ เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย
แต่ถ้าอยากได้บริการที่ช่วยดูแลรถของคุณได้ครบวงจร แนะนำที่ SPMS-EST เพราะที่นี่พร้อมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางไกล หากพบปัญหา ทีมงานสามารถดูแลและจัดการได้ทุกปัญหาของรถยนต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ทริปของคุณปลอดภัยและเที่ยวได้อย่างมั่นใจ
ติดฟิล์มรถยนต์ กับ SPMS-EST ดีกว่าอย่างไร
หากต้องการฟิล์มกรองแสงคุณภาพเหนือชั้น กันแดดดีเยี่ยม ไร้รอยขีดข่วน และช่วยให้รถเงางามเหมือนใหม่ การเลือกติดตั้งกับร้านที่ได้รับรองมาตรฐานจาก 3M คือทางเลือกที่ดีที่สุด โดยคุณสามารถรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ฟิล์มที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ช่วยให้คุณเข้ารับบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยสามารถเช็ก 3M ติดฟิล์ม สาขาใกล้บ้านได้ง่ายๆ ที่ SPMS-EST.com
สรุป
การตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทางไกล ควรเช็กให้ครอบคลุม 10 จุดสำคัญ ตั้งแต่แบตเตอรี่ ยาง ช่วงล่าง ระบบเบรก เครื่องยนต์ ไปจนถึงระบบไฟและแผงควบคุม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและปัญหาเครื่องยนต์พังระหว่างทางที่อาจทำให้เสียการควบคุม หากไม่สะดวกเช็กด้วยตนเอง การเลือกใช้บริการศูนย์ตรวจสภาพที่ได้มาตรฐานอย่างศูนย์ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก (ตรอ.) หรือ SPMS-EST ที่มีทีมช่างมืออาชีพช่วยดูแลแก้ไขทุกปัญหาได้อย่างครบวงจรในราคาที่สมเหตุสมผล มั่นใจได้ว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเดินทางได้อย่างราบรื่นปลอดภัยตลอดทริป
สำหรับใครที่มองหาการตรวจสภาพรถหรือเลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน SPMS-EST ที่นี่มีครบ ทั้งช่างมืออาชีพพร้อมให้บริการติดตั้งฟิล์ม บริการตรวจสภาพรถอย่างครบครัน เพื่อให้คุณได้รับประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่ใครๆ ก็ไว้วางใจ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
มาดูคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบที่น่าสนใจ ให้การเช็กรถก่อนเดินทางไกลเป็นเรื่องสำคัญ
ควรเช็กอะไรบ้างก่อนออกเดินทางไกล?
เพื่อความมั่นใจตลอดการเดินทาง ควรตรวจเช็กทั้งสภาพเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันต่างๆ ลมยาง ระบบเบรก รวมถึงระบบไฟและแอร์ให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง
บริการตรวจเช็กสภาพรถที่ SPMS ครอบคลุมอะไรบ้าง?
SPMS พร้อมให้บริการตรวจเช็กรถยนต์แบบครบวงจร ทั้งระบบภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ยาง การเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน ระบบไฟฟ้า ตลอดจนตรวจสอบความพร้อมของเครื่องยนต์ เพื่อให้รถอยู่ในสภาพสมบูรณ์และพร้อมใช้งานได้อย่างมั่นใจ
หากรถยนต์มีปัญหาขณะเดินทางไกลควรทำอย่างไร?
แนะนำให้รีบจอดรถในจุดที่ปลอดภัย แล้วโทรแจ้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินหรือติดต่อศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดทันที เพื่อขอรับคำปรึกษาและประสานงานความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
