คนรักรถควรรู้!
- อันตรายจากอาการง่วงนอนขณะขับรถ ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลง ทำให้ผู้ขับขี่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากการหลับในระหว่างขับที่อาจเกิดขึ้นแม้ในช่วงเวลาสั้นๆ และตอบสนองต่อสถานการณ์บนถนนช้าลง อาจมองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้
- อาการง่วงนอนแบบใดที่ไม่ควรฝืนขับต่อ ได้แก่ หาวบ่อย ลืมตาไม่ขึ้นหรือตาปรือ ใจลอย ไม่มีสมาธิขณะขับรถ จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา ขับรถส่ายไปมา มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร และรู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย หรือหนักศีรษะ
- วิธีแก้ง่วงตอนขับรถกลางคืน สามารถทำได้ทั้งการงดแอลกอฮอล์หรือยาที่ทำให้ง่วงซึม ใช้ยาดมช่วย ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลัง กินของเปรี้ยว ฟังเพลงจังหวะสนุก/ฟังเรื่องสยองขวัญ แต่ถ้าไม่ไหวควรจอดพักหลับสั้นๆ 10–20 นาที
- เคล็ดลับขับรถตอนกลางคืนให้ปลอดภัย เริ่มจากเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง ขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด งดแอลกอฮอล์ สารเสพติด และยาที่ทำให้ง่วงซึม เปิดไฟส่องสว่างเสมอ วางแผนเส้นทางล่วงหน้า ปรับกระจกมองหลังและข้างให้เหมาะสม และแวะพักรถทุกๆ 2 ชม.
การขับรถกลางคืนถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ต้องอาศัยสมาธิและทักษะมากกว่าปกติ เพราะทัศนวิสัยที่ลดลง รวมถึงความเหนื่อยล้าสะสมหลังจากทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน หลายคนจึงมักเจอปัญหา “ง่วงตอนขับรถตอนดึก” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหลับในและอุบัติเหตุบนท้องถนน บทความนี้จึงมาแนะนำวิธีแก้ง่วงเวลาขับรถตอนกลางคืนที่ทำได้จริง แก้ง่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขับขี่ปลอดภัยแม้เป็นเวลากลางคืน

อันตรายจากการง่วงนอนขณะขับรถ
อันตรายจากการง่วงนอนขณะขับรถเป็นการลดทอนทัศนวิสัยและสมาธิในการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากการหลับในระหว่างขับที่อาจเกิดขึ้นแม้ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้รถเสียการควบคุมและชนได้ นอกจากนี้ อาการง่วงยังทำให้ตอบสนองต่อสถานการณ์บนถนนช้าลง อาจมองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและเสียชีวิตได้ง่าย

เช็กสัญญาณเตือนอาการง่วงแบบใด ที่ไม่ควรฝืนขับต่อ
เมื่อทราบถึงอันตรายจากการขับรถขณะเกิดอาการง่วงซึม ลองสังเกตอาการต่อไปนี้ ที่ไม่ควรฝืนขับต่อจะมีอาการอะไรบ้าง
รู้จักภาวะหลับในเป็นอย่างไร
ภาวะหลับในคืออาการที่ผู้ขับขี่เกิดการหลับแบบสั้นๆ เพียง 3-5 วินาทีโดยที่ผู้ขับอาจไม่รู้ตัว ทำให้เสียการควบคุมรถและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ผู้ขับจะเริ่มมีอาการหาวบ่อย ลืมตาไม่ขึ้น สมาธิลดลง และอาจขับรถออกนอกเลนหรือไม่สามารถหักหลบได้ทัน ภาวะนี้มักเกิดจากความเหนื่อยล้าหรือการขาดการนอนที่เพียงพอ และเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากในช่วงกลางคืน
อาการที่บ่งบอกว่ากำลังหลับใน
- หาวบ่อยและต่อเนื่อง
- กะพริบตาถี่ ลืมตาไม่ขึ้น หรือตาปรือ
- ใจลอย ไม่มีสมาธิขณะขับรถ
- จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา
- ขับรถส่ายไปมา หรือออกนอกเลน
- มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร
- รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย หรือหนักศีรษะ

แนะนำวิธีแก้ง่วงตอนขับรถเวลากลางคืนที่ได้ผลจริง
อาการง่วงขณะขับรถเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็สามารถแก้ได้หลายวิธี เพื่อให้การขับรถตอนกลางคืนเป็นไปอย่างปลอดภัย ดังนี้
งดแอลกอฮอล์/ยาที่ออกฤทธิ์ง่วงซึมก่อนเดินทาง
งดแอลกอฮอล์และยาที่ออกฤทธิ์ง่วงซึมก่อนเดินทางเป็นวิธีช่วยแก้ง่วงตอนขับรถในเวลากลางคืน เพราะแอลกอฮอล์และยาบางชนิดไปกระตุ้นเซลล์ประสาทให้ทำงานช้าลง ทำให้สมองและร่างกายมีอาการง่วงเหนื่อย การหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินทางจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะง่วงซึมระหว่างขับขี่ได้ดี
ใช้ของเย็น/ยาดม
การใช้ของเย็นอย่างน้ำเย็นล้างหน้าหรือผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดใบหน้า แขน และท้ายทอยช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการง่วงได้ทันที โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ความมืดยิ่งทำให้ง่วงง่าย และยาดมสูตรเมนทอลหรือสมุนไพรเมื่อสูดดมเข้าไปจะให้ความเย็นฉ่ำเข้าสู่ปอดและจมูก ช่วยเพิ่มออกซิเจนและกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว เหมาะสำหรับขับรถยาวๆ โดยไม่ต้องหยุดบ่อย
ลองยืดเส้นยืดสาย
การยืดเส้นยืดสายช่วยแก้ง่วงขณะขับรถกลางคืนโดยแวะจอดในที่ปลอดภัย เช่น ปั๊มน้ำมัน แล้วยืนเท้าเอว กางขา ยกแขนโน้มตัวข้างละ 10-15 วินาที ประสานมือยกเหนือศีรษะ สะบัดข้อมือ หมุนคอ และยืดขาด้วยการพาดขากับม้านั่งแล้วย่อตัว
ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง/กาแฟ
หนึ่งในวิธีที่หลายคนใช้แก้ง่วงตอนขับรถกลางคืนอย่างเครื่องดื่มชูกำลังหรือกาแฟ สามารถแก้ง่วงขณะขับรถกลางคืนโดยคาเฟอีนกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความตื่นตัวและลดอาการง่วงได้นานหลายชั่วโมง สำหรับผู้ไม่ชอบกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลังราคาประหยัดช่วยได้เช่นกัน ให้พลังงานและความสดชื่นยาวนาน แต่ไม่ควรผสมกันเพราะอาจเสี่ยงต่อสุขภาพ ควรดื่มก่อนหรือระหว่างทางไกลเพื่อป้องกันหลับในในช่วงมืด แต่จำกัดปริมาณเพราะอาจทำให้ปัสสาวะบ่อยหรือใจสั่น
กินผลไม้เปรี้ยวๆ
ผลไม้เปรี้ยวอย่างมะม่วงดิบ สับปะรด มะยม หรือส้มช่วยแก้ง่วงขณะขับรถกลางคืนโดยรสเปรี้ยวกระตุ้นประสาทสัมผัสและระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สมองตื่นตัว รู้สึกสดชื่นทันที และเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมอง สามารถกินระหว่างขับโดยจิ้มน้ำปลาหวานหรือพริกเกลือเพื่อเพิ่มความอร่อยแต่หลีกเลี่ยงซื้อในเขตทางที่อาจผิดกฎหมาย และอย่ากินมากเกินไปเพราะอาจทำให้ท้องเสีย
เปิดเพลงจังหวะสนุก
การเปิดเพลงแดนซ์หรืออิเล็กทรอนิกส์จังหวะคึกคักช่วยแก้ง่วงขณะขับรถกลางคืน โดยดึงตัวออกจากภวังค์ ลดความเหงา และกระตุ้นให้โยกศีรษะตามจังหวะ เพิ่มสมาธิกับเส้นทาง โดยบีทส์สนุกกระตุ้นสมองปล่อยโดพามีน ทำให้รู้สึกตื่นตัวและมีพลัง โดยเฉพาะช่วงดึกที่ไม่มีเพลงอาจทำให้ง่วงง่าย
ฟังเรื่องสยองขวัญ
อีกวิธีแก้ง่วงที่หลายคนคาดไม่ถึงก็คือการเปิดฟังเรื่องสยองขวัญเวลาขับรถตอนกลางคืน โดยกระตุ้นอะดรีนาลีนและความตื่นเต้น ทำให้สมองตื่นตัวและลืมความง่วงได้ทันที เหมาะสำหรับช่วงดึกที่มืดมิด ลองดาวน์โหลดรายการล่วงหน้าเพื่อฟังต่อเนื่อง ช่วยดึงสติจากความเหงาและภวังค์ แต่ปรับระดับเสียงพอเหมาะเพื่อไม่ให้กลบเสียงรถรอบข้าง และหลีกเลี่ยงทันทีหากทำให้รู้สึกตื่นตระหนกเกินไปจนเสียสมาธิขับขี่
มีเพื่อนร่วมทางพูดคุยด้วย
การมีเพื่อนร่วมทางพูดคุยด้วยขณะขับรถตอนกลางคืน สามารถช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ลดความเหงา และเพิ่มสมาธิกับการขับขี่ ใช้หูฟังบลูทูท สมอล์ลทอล์ก หรือสปีกเกอร์โฟนเพื่อความปลอดภัย ห้ามหยิบโทรศัพท์ขณะขับเพราะผิดกฎหมายและอันตราย ส่วนในกรณีที่มีเพื่อนนั่งไปด้วย สามารถให้เพื่อนช่วยสลับกันขับรถ จับตาสัญญาณง่วง และเตือนได้ทัน
หลีกเลี่ยงอาหารหนัก
เพื่อป้องกันอาการง่วงซึมขณะขับรถกลางคืน ควรงดอาหารมื้อหนักก่อนและระหว่างขับขี่ เนื่องจากอาหารหนักจะดึงเลือดไปรวมที่กระเพาะอาหารมากเกินไป ทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ส่งไปเลี้ยงสมองลดลงและเกิดอาการง่วงซึมได้ง่าย ให้เลือกรับประทานอาหารเบาๆ หรือของว่างที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว เพื่อรักษาสมดุลพลังงานและความตื่นตัวตลอดการเดินทาง
ถ้าไม่ไหวก็พักหลับสั้นๆ 10-20 นาที
สำหรับใครที่ไม่ไหวจริงๆ การพักหลับสั้นๆ 10-20 นาทีเป็นวิธีแก้ง่วงตอนขับรถกลางคืนที่มีประสิทธิภาพ โดยควรถอยจอดในที่ปลอดภัยทันทีเพื่อหลับสั้นๆ ตามรูปแบบ Power Nap ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่การหลับลึก ฟื้นฟูความตื่นตัวเทียบเท่านอน 2 ชั่วโมง ควรเลือกจอดที่ปั๊มน้ำมันที่มีคนพลุกพล่าน ล็อกรถ แง้มกระจก และตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อความปลอดภัย

เทคนิคขับรถตอนกลางคืนให้ปลอดภัยทุกเส้นทาง
- เช็กสภาพรถยนต์ให้พร้อม โดยเฉพาะระบบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และสัญญาณไฟเลี้ยว ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
- ขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนดหรือต่ำกว่า เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- งดแอลกอฮอล์ สารเสพติด และยาที่ทำให้ง่วงซึมก่อนขับ เพื่อรักษาสติและการตอบสนองให้ปกติ
- เปิดไฟส่องสว่างเสมอ และปรับใช้ไฟสูงเฉพาะถนนเปลี่ยวไม่มีรถสวน ปรับเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถสวนมา
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้า ศึกษาระยะทางและจุดพัก เพื่อหลีกเลี่ยงความมืดสนิทและความเหนื่อยล้า
- เว้นระยะห่างกับรถคันหน้าให้มากขึ้น เพื่อมีพื้นที่เบรกหรือหลบหลีกทันหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ปรับกระจกมองหลังและข้างให้เหมาะสม ลดแสงสะท้อน และมีสมาธิ ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับ
- แวะพักรถทุก 2 ชม. หากฝนตกหนักหรือรู้สึกง่วง เพื่อป้องกันหลับในและเพิ่มความปลอดภัย
ติดฟิล์มรถยนต์ กับ SPMS-EST ดีกว่าอย่างไร
การเลือกติดฟิล์ม เพื่อให้การดูแลและป้องกันที่มีประสิทธิภาพจริงทั้งการกันแดด ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดีที่สุด ควรเลือกติดกับร้านที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก 3M โดยมีคุณสมบัติเด่นทั้งการลดความร้อน ทำให้ห้องโดยสารเย็นสบายขึ้น ช่วยให้สีของรถยังคงเงางามเหมือนใหม่เสมอ โดยคุณสามารถเลือกร้านตัวแทนจำหน่ายของ 3M ที่ได้มาตรฐานซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและตรงใจ ตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด โดยสามารถตรวจสอบ 3M ติดฟิล์ม สาขาใกล้บ้านได้จากเว็บไซต์หลักของ SPMS-EST.com
สรุป
การขับรถกลางคืนมักมาพร้อมกับอาการง่วงซึม ส่งผลให้ศักยภาพในการขับขี่ลดลงจนนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อป้องกันอาการง่วงซึม ควรรีบใช้เทคนิคแก้ง่วงทันที ได้แก่ การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์/ยาที่ทำให้ง่วง ใช้ของเย็น/ยาดมกระตุ้น ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน กินผลไม้รสเปรี้ยว หรือฟังเพลงจังหวะสนุก/เรื่องสยองขวัญเพื่อให้สมองตื่นตัว แต่หากไม่ไหวจริงๆ ควรรีบจอดรถในที่ปลอดภัยเพื่อพักหลับสั้นๆ 10-20 นาที เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
นอกจากรู้วิธีแก้ง่วงตอนขับรถกลางคืนแล้ว การเลือกใช้ฟิล์มก็ถือเป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อการเดินทางอย่างปลอดภัยเช่นกัน โดยควรเลือกจากร้านที่เชื่อถือได้ และได้รับการรับรองมาตรฐานจาก 3M อย่าง SPMS-EST เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้ติดฟิล์มกับช่างมืออาชีพจริงๆ และได้รับประสิทธิภาพในการกันแดด กันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม และมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทุกปัญหาที่คุณวางใจ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
วิธีแก้ง่วงเวลาขับรถตอนกลางคืนมีหลายเทคนิคด้วยกัน ทุกคนสามารถลองนำไปใช้ตามเหมาะสม แต่อาจมีข้อสงสัยอยู่ วันนี้เราได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจมาฝาก
ขับรถอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเพลีย
ลดอาการเพลียเวลาขับรถได้ด้วยการนอนให้พออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงการกินอิ่มจัดหรืออาหารหนักมันๆ ที่ทำให้ง่วง และดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนพอประมาณ จากนั้นวางแผนแวะพักทุกๆ 2 ชั่วโมง ไม่ขับต่อเนื่องยาวๆ และจัดท่านั่งให้สบาย แต่ถ้าเริ่มง่วงหรือเหม่อ แนะนำให้จอดพักหรืองีบสั้นๆ ทันที ห้ามฝืนขับต่อ
ทำไมขับรถแล้วมักรู้สึกง่วงนอน
ขับรถแล้วมักง่วงนอน เพราะร่างกายต้องใช้สมาธิและสายตาต่อเนื่องนาน ทำให้สมองล้า คล้ายเวลานั่งประชุมหรือนั่งเรียนยาวๆ จนเกิดอาการเพลียและง่วงได้ง่าย รวมถึงการสั่นสะเทือนของรถ ทำให้ร่างกายผ่อนคลายเกินไปและสมองตื่นตัวน้อยลง จึงรู้สึกง่วงง่ายเวลาอยู่หลังพวงมาลัย
ก่อนขับรถควรนอนกี่ชั่วโมง
ก่อนขับรถควรนอนให้ได้อย่างน้อยประมาณ 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้สมองตื่นตัว ลดโอกาสง่วงหลับในและตอบสนองได้ดีระหว่างขับรถ โดยเฉพาะถ้าต้องขับทางไกลหรือขับช่วงดึก
